อาร์เซน่อล ยากที่ทำลายการเสียประตูน้อยที่สุดต่อฤดูกาลของ เชลซี

Browse By

หนึ่งในสถิติที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ คือ “สถิติการเสียประตูน้อยที่สุดต่อฤดูกาล” ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นของ เชลซี (Chelsea) ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ (José Mourinho) ในฤดูกาล 2004/05 ที่พวกเขาเสียเพียง 15 ประตูเท่านั้น จากการลงเล่นตลอด 38 นัด ซึ่งเป็นตัวเลขที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในฟุตบอลยุคปัจจุบัน

และในฤดูกาลนี้ แม้ อาร์เซน่อล (Arsenal) ของ มิเกล อาร์เตต้า (Mikel Arteta) จะโชว์ฟอร์มเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งและมีแนวทางการเล่นที่เป็นระบบมากที่สุดในยุคใหม่ของสโมสร แต่ดูเหมือนว่าการจะทำลายสถิติของเชลซีชุดนั้นยังคงเป็น “ภารกิจที่ยากเกินจริง” แม้จะมีแนวรับชั้นยอดอย่าง วิลเลี่ยม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส และผู้รักษาประตูที่ฟอร์มสม่ำเสมออย่าง ดาวิด รายา ก็ตาม

หากย้อนกลับไปดูความสำเร็จของเชลซีในยุคมูรินโญ่ ทีมชุดนั้นถูกยกให้เป็นหนึ่งในแนวรับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก พวกเขามีปีเตอร์ เช็ก เฝ้าเสา, จอห์น เทอร์รี่ คุมแนวรับ และคู่ขวัญอย่างริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ คอยประสานงานอย่างแน่นแฟ้น ระบบของมูรินโญ่ในเวลานั้นเน้นความเหนียวแน่นเป็นหลัก เขาเปลี่ยนเชลซีจากทีมที่เล่นเกมรุกบุกแหลกให้กลายเป็นทีมที่ชนะด้วย “ประสิทธิภาพ” มากกว่าความสวยงาม

แต่ในทางกลับกัน อาร์เซน่อล ภายใต้การนำของอาร์เตต้า มีแนวคิดฟุตบอลที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ทีมของเขาเน้นการครองบอล การเพรสซิ่งสูง และการสร้างโอกาสจากแดนหลัง ซึ่งแม้จะเป็นสไตล์ที่ดูสวยงามและร่วมสมัย แต่ก็ทำให้พวกเขาเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งได้มีโอกาสสวนกลับมากกว่าทีมเชลซีในยุคมูรินโญ่ที่เน้นเกมรับแบบปิดตาย

แฟนบอลที่ติดตามอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทาง เล่นคาสิโนออนไลน์กับ ยูฟ่าเบท เว็บตรง มั่นคง ปลอดภัย ระบบทันสมัยที่สุด สมัครง่าย ไม่ผ่านเอเย่นต์ พร้อมโปรโมชั่นเด็ดทุกวัน ต่างเห็นตรงกันว่า ระบบของอาร์เตต้าทำให้อาร์เซน่อลกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งและมีความสมดุลที่สุดในช่วงหลายปีหลัง แต่เมื่อพูดถึง “การเสียประตูน้อยที่สุดต่อฤดูกาล” พวกเขายังมีช่องว่างที่ยากจะปิดให้เท่ากับเชลซีในตำนาน เพราะฟุตบอลยุคใหม่เปลี่ยนไปมาก ทั้งในด้านความเร็วของเกม กฎการเล่น และจำนวนเกมที่ทีมต้องลงสนามตลอดปี

สถิติในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า ทีมที่เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วง 5 ปีหลังสุดเสียประตูเฉลี่ยต่อฤดูกาลอยู่ที่ 27–33 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมากในยุคที่ทุกทีมมีเกมรุกอันตรายและผู้เล่นเทคนิคสูง เช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เคยเสียเพียง 23 ประตูในฤดูกาล 2018/19 แต่ก็ยังไม่สามารถลดลงได้เท่าระดับของเชลซีเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน

อาร์เตต้าเองเข้าใจดีถึงความแตกต่างของยุคสมัย เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ฟุตบอลในวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทีมใหญ่ต้องรับมือกับเกมรุกที่หลากหลายจากทุกคู่แข่ง ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกมีคุณภาพมากพอที่จะสร้างโอกาสได้เสมอ การไม่เสียประตูเลยตลอดหลายเกมเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เรายังเชื่อว่าแนวทางของเราจะทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นทุกปี”

สิ่งที่ทำให้ทีมของอาร์เตต้ามีเอกลักษณ์คือการเล่นเกมรับแบบ “คุมพื้นที่” มากกว่า “ตัวต่อตัว” พวกเขาใช้วิธีสร้างโซนป้องกันเป็นชั้น ๆ และใช้มิดฟิลด์อย่าง เดแคลน ไรซ์ (Declan Rice) คอยสกรีนบอลก่อนถึงแนวรับ จุดนี้ทำให้คู่แข่งเจาะเข้ามาในกรอบเขตโทษได้ยากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อทีมดันสูง การโดนสวนกลับก็ยังเป็นจุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แฟนบอลอาร์เซน่อลยังจำได้ดีว่าฤดูกาลก่อน ทีมเกือบจะลุ้นแชมป์ได้ถึงโค้งสุดท้ายก่อนสะดุดจากปัญหาเกมรับในช่วงท้ายซีซั่น โดยเฉพาะหลังการบาดเจ็บของซาลิบา ที่ทำให้แนวรับขาดความสมดุลและเสียประตูง่ายขึ้น อาร์เตต้าจึงปรับทีมใหม่ในฤดูกาลนี้ด้วยการเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพ และความยืดหยุ่นทางแท็กติก เช่น การหมุนเวียนนักเตะระหว่างรายาและแรมส์เดล หรือการขยับโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ มาช่วยคุมบอลในแดนกลางเมื่อทีมครองบอล

ถึงอย่างนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับเชลซีชุดปี 2004/05 ตัวเลขยังห่างกันพอสมควร ในฤดูกาลนั้น ทีมของมูรินโญ่เก็บคลีนชีตได้ถึง 25 นัดจาก 38 เกม หรือคิดเป็นกว่า 65% ของทั้งหมด ในขณะที่อาร์เซน่อลในฤดูกาลนี้ (จนถึงตอนนี้) มีคลีนชีตราว 50% ของเกม ซึ่งถือว่าดีมากในมาตรฐานฟุตบอลยุคใหม่ แต่ยังไม่ถึงระดับ “ป้องกันเหมือนกำแพงเหล็ก” แบบทีมเชลซีชุดนั้น

หากมองในมุมแท็กติก มูรินโญ่สร้างแนวรับที่มีระเบียบอย่างสุดขั้ว เขาให้แดนกลางและแบ็กโฟร์เล่นอย่างมีวินัยสูงสุด ทุกการเคลื่อนไหวถูกกำหนดไว้ในระบบที่เข้มงวด ต่างจากอาร์เตต้าที่เน้นความยืดหยุ่นและการสลับตำแหน่งของผู้เล่น เพื่อสร้างความเหนือชั้นทางแท็กติกและความหลากหลายในการครองบอล

ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลในอังกฤษหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นว่า การทำลายสถิติ 15 ประตูของเชลซีแทบเป็นไปไม่ได้ในฟุตบอลยุคนี้ เพราะรูปแบบการเล่นของพรีเมียร์ลีกในปัจจุบันเปิดกว้างมากขึ้น ทีมเล็กมีศักยภาพสูงขึ้น เกมรุกเฉียบขาดมากกว่าเดิม และความเข้มข้นของการแข่งขันสูงจนไม่มีทีมใดสามารถรักษาความเหนียวแน่นได้ตลอดทั้งฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาร์เซน่อลทำได้ในตอนนี้ก็คือการ “เข้าใกล้” ความสมบูรณ์แบบในยุคใหม่มากที่สุด พวกเขาเป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยเสียประตูน้อยที่สุดในลีกช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล และมีความสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับในระดับสูง

เมื่อพูดถึงแนวรับของอาร์เซน่อลในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าทุกตำแหน่งมีจุดแข็งเฉพาะตัว วิลเลี่ยม ซาลิบา คือหัวใจหลักที่อ่านเกมได้ยอดเยี่ยม เขามีความเร็วสูงและเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ส่วนกาเบรียล มากัลเญส เป็นกองหลังที่เล่นได้แข็งแกร่งดุดันและไม่กลัวการปะทะ ขณะที่แบ็กขวาอย่างเบน ไวท์ ทำหน้าที่ทั้งเกมรับและเติมเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เบื้องหลังแนวรับเหล่านี้คือผู้รักษาประตูชาวสเปน ดาวิด รายา ที่แม้จะถูกตั้งคำถามในช่วงแรกของฤดูกาล แต่เขาก็ค่อย ๆ พิสูจน์ให้เห็นถึงความนิ่งและการใช้เท้าที่ดีเยี่ยม ซึ่งเข้ากับระบบการต่อบอลจากแดนหลังของอาร์เตต้าได้เป็นอย่างดี

ในมุมของแฟนบอลและนักวิเคราะห์จาก สนใจเริ่มต้นเดิมพันออนไลน์กับเว็บตรง สมัคร UFABET วันนี้ รับสิทธิพิเศษมากมาย ทั้งโบนัสแรกเข้าและระบบฝากถอนออโต้ รวดเร็ว ปลอดภัย 100% หลายคนมองว่า อาร์เซน่อลในยุคอาร์เตต้าอาจไม่สามารถทำลายสถิติของเชลซีได้ แต่พวกเขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ของ “เกมรับยุคโมเดิร์น” ที่เน้นทั้งการเพรสซิ่งและการครองบอลเพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งมีจังหวะโจมตี ซึ่งเป็นแนวทางที่แตกต่างจากแนวรับยุคเก่าที่อาศัยการถอยต่ำและตั้งกำแพงป้องกันหน้าประตู

สิ่งหนึ่งที่แฟนบอลชื่นชมคือการที่อาร์เซน่อลไม่เพียงป้องกันได้ดี แต่ยังสร้างเกมรุกจากเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อใดที่พวกเขาแย่งบอลกลับมาได้ การเปลี่ยนจากรับเป็นรุกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีระบบ นี่คือเอกลักษณ์ของทีมที่มีการวางแผนละเอียดรอบคอบในทุกจังหวะของเกม

แต่ในโลกของฟุตบอล “สถิติ” ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อทำลาย มันยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทีมยุคใหม่พยายามยกระดับตัวเองอยู่เสมอ อาร์เตต้ารู้ดีว่าสถิติ 15 ประตูของเชลซีอาจจะอยู่ยงคงกระพันอีกหลายปี แต่เขาเลือกจะใช้มันเป็นแรงจูงใจให้ทีมพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ “เราต้องการสร้างทีมที่เล่นได้สมดุลที่สุด ไม่ใช่ทีมที่ไม่เสียประตู แต่เป็นทีมที่ควบคุมเกมได้ตลอด 90 นาที” เขากล่าว

หากพูดถึงบริบทของยุคสมัย การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกวันนี้เข้มข้นกว่าที่เคย ทีมกลางตารางอย่างเบรนท์ฟอร์ด, ไบรท์ตัน หรือแอสตัน วิลล่า ต่างมีศักยภาพมากพอจะยิงทีมใหญ่ได้ทุกนัด ไม่มีเกมไหนง่ายอีกต่อไป การรักษาคลีนชีตจึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้ทั้งความสามารถ ความฟิต และสมาธิอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม แม้อาร์เซน่อลจะไม่สามารถทำลายสถิติของเชลซีได้ แต่สิ่งที่พวกเขากำลังสร้างอยู่ในตอนนี้กลับสำคัญกว่า พวกเขากำลังสร้างทีมที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน เป็นทีมที่แฟนบอลภาคภูมิใจ และเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นฟุตบอลได้สนุกที่สุดในยุโรป

สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จของทีมฟุตบอลไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “แนวทาง” และ “ความสม่ำเสมอ” ในการรักษามาตรฐานไว้ให้ได้ อาร์เซน่อลกำลังเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง และหากพวกเขารักษาฟอร์มนี้ไว้ได้ในระยะยาว วันหนึ่งพวกเขาอาจไม่จำเป็นต้องทำลายสถิติของใคร แต่สร้าง “ตำนาน” ของตัวเองขึ้นมาแทน

และสำหรับแฟนบอลที่ติดตามการแข่งขันอย่างใกล้ชิดผ่าน เข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้ไม่ใช่แค่ว่าอาร์เซน่อลจะเสียกี่ประตู แต่คือพวกเขาจะเติบโตขึ้นแค่ไหนภายใต้การนำของอาร์เตต้า โค้ชหนุ่มที่กำลังหล่อหลอมทีมให้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องจักรฟุตบอลที่สมบูรณ์แบบที่สุดในยุโรปยุคใหม่.